วิธีเช็กสภาพร่างกายสำหรับคนแก่ขับรถ เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

วิธีเช็กสภาพร่างกายสำหรับคนแก่ขับรถ เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

Free Side view of focused aged male with glasses driving automobile on street on urban background in soft daylight Stock Photo

ผู้สูงอายุท่านไหนที่ชอบขับรถไปไหนมาเอง อย่าลืมเช็กสภาพร่างกายตัวเองให้พร้อมการก่อนขับรถ มาดูวิธีเช็กร่างกายสำหรับคนแก่ขับรถ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมทุกครั้งก่อนการขับรถ และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ให้ทั้งคุณและเพื่อนร่วมทางปลอดภัยไปด้วยกัน

โรคประจำตัวบางอย่างที่ต้องงดขับรถ

พยายามห้ามคนแก่ขับรถ หากมีโรคประจำตัวเหล่านี้

  • โรคพาร์กินสัน
  • โรคลมชัก
  • โรคต้อ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคอัลไซเมอร์
  • โรคหัวใจ

เนื่องจากโรคบางชนิดมีผลต่อการตัดสินใจ และการควบคุมอวัยวะ อย่างโรคพาร์กินสันที่ป่วยมีอาการเกร็ง มือสั่น โดยไม่สามารถคาดเดาได้ ก็จะเป็นอุปสรรคในการขับรถได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคลมชัก ที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้เลย จนทำให้เกิดอันตรายต่อเพื่อนร่วมทางได้ ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ควรงดการขับขี่จะดีต่อทั้งตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง

 

ยาบางประเภทอาจทำให้ง่วงซึมได้

นอกจากจะต้องระวังโรคประจำตัวแล้ว คนแก่ขับรถยังต้องระวังเรื่องของยาประจำตัวอีกด้วย ก่อนการขับรถต้องดูก่อนว่ายาประจำตัว ที่จำเป็นต้องรับประทานโดยที่ขาดไม่ได้ มียาตัวไหนไหมที่ทำให้ง่วงซึม หากขาดยานั้นไม่ได้ ก็ไม่ควรปล่อยให้คนแก่ขับรถ เพราะเสี่ยงต่อการหลับในได้ แต่ถ้าหากเป็นนาเสริมและมีความจำเป็นต้องขับรถ ให้งดรับประทานยาดังกล่าวก่อน แต่ถ้าไม่สามารถหยุดยานั้นได้ ต้องให้ผู้อื่นอย่างเช่นลูกหลานมาขับรถให้ หรือใช้บริการรถสาธารณะแทน

 

พักผ่อนให้เพียงพอ

ไม่ได้จำเพาะคนแก่ขับรถที่ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ คนหนุ่มสาวก็ต้องนอนหลับให้เพียงพอเช่นกัน เพื่อป้องกันอาการหลับใน แต่ที่ยิ่งน่าเป็นห่วงก็จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะจะเผลอหลับในได้ง่ายมากหากนอนหลับไม่เพียงพอ และความอดทนต่อการอดหลับอดนอนของผู้สูงอายุก็น้อยลงด้วย จะทำให้หลับในได้ง่ายกว่าวัยอื่น ๆ ดังนั้นผู้สูงอายุควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ด้วยการนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง

 

อย่าปล่อยให้คนแก่ขับในสถานการณ์เสี่ยง

อย่าปล่อยให้คนแก่ขับรถในสถานการณ์ต่อไปนี้ ขับรถตอนฝนตก ขับรถทางไกล และขับรถในเวลากลางคืน เนื่องด้วยที่กล่าวมานี้ เป็นสถานการณ์ที่วิสัยทัศน์ในการมองเห็น อย่างการขับรถทางไกลก็อาจถูกบดบังด้วยหมอก รถคันใหญ่ เต็มไปด้วยความยากลำบาก จากเดิมที่สายตาของผู้สูงอายุไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ยิ่งอายุมากสายตาก็จะยิ่งฝ้าฟางลง ไม่สามารถมองเห็นได้ดีเท่าแต่ก่อน แล้วยิ่งการขับรถในสถานการณ์ดังกล่าวจะยิ่งทำให้ผู้สูงอายุมองเห็นได้แย่ลงเข้าไปอีก

 

เช็กประสาทการมองเห็นและการได้ยิน

คนแก่ขับรถประสาทหูและตาต้องไว ถึงแม้ว่าจะมีเสื่อมสภาพไปบ้าง แต่ทักษะในการขับรถที่ขาดไม่ได้เลยคือ ประสาทสัมผัสในการมองเห็น และประสาทสัมผัสทางการได้ยิน ผู้สูงอายุควรทำการตรวจเช็กร่างกายเป็นประจำ และถ้าหากทำการตรวจสุขภาพแล้วผลออกมาได้ไม่ดี เช่น มองเห็นได้ไม่ชัด เนื่องจากมีภาวะต้องลม ก็ต้องทำใจยอมรับสภาพร่างกายไม่ฝืนขับรถอีก เพราะจะเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อตัวคุณ และเพื่อนร่วมทางได้

อย่าลืมเช็กร่างกายให้พร้อมก่อนการขับรถ และถ้าหากร่างกายไม่ไหวจริง ๆ ก็ไม่ควรฝืนขับรถต่อ เพราะจะทำให้ทั้งตัวคุณและเพื่อนร่วมทางเสี่ยงอันตรายได้ ดังนั้นปลอดภัยไว้ก่อนจะดีกว่า ที่สำคัญลูกหลานอย่าลืมที่จะดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิดด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนแก่ขับรถหรือวัยไหนขับรถก็ตาม ควรมีประกันติดรถไว้ ขอแนะนำประกันรถยนต์ชั้น 3+ จาก Rabbit Care ที่ให้ความคุ้มครองมากกว่าประกันรถยนต์ชั้น 3 ทั่วไป คุ้มครองเพิ่มเติมเรื่องค่าซ่อมรถ เมื่อเกิดอุบัติเหตุและรถได้รับความเสียหาย และยังมีสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าที่ซื้อประกันรถยนต์ที่ Rabbit Care บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน หากเกิดอุบัติเหตุจนรถของคุณได้รับความเสียหายหนักจนไม่สามารถใช้งานต่อได้ในขณะนั้น เรามีบริการรถยกฉุกเฉินให้กับคุณตลอด 24 ชั่วโมง สมัครเลย https://rabbitcare.com/car-insurance/type3-plus